บทที่ 1 นักศึกษาฝึกงาน
ตอนที่ 1 นักศึกษาฝึกงาน
เสียงหวูดต่ำของเรือบรรทุกสินค้า ดังยาวเหนือผืนน้ำ ก่อนเรือเดินสมุทรลำมหึมาจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากแนวท่า ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกระจายกำลังอยู่ตามจุดต่าง ๆ เครนยกตู้สินค้าขนาดใหญ่ทำงานต่อเนื่องอยู่ไม่ไกล เสียงเครื่องจักร เครื่องยนต์ และวิทยุสื่อสารประสานกัน เป็นบรรยากาศที่คนทำงานในท่าเรือคุ้นเคยเป็นอย่างดี
สำหรับฟาร์คัส เสียงเหล่านี้ไม่เคยเป็นความวุ่นวายแต่มันคือเสียงของธุรกิจที่กำลังเดินหน้า และเสียงของมูลค่าเงินที่ไหลเข้ามาในบัญชีของเขา หนุ่มฝรั่งสัญชาติรัสเซียร่างสูงใหญ่ ยืนอยู่ด้านหลังกระจก ภายในอาคารควบคุม สายตาจับอยู่บนเรือที่กำลังออกจากท่า โดยไม่จำเป็นต้องก้มดูเอกสารในมือซ้ำ ตัวเลข รายละเอียดสินค้า ต้นทาง ปลายทาง รวมถึงกำหนดเวลาเดินเรือของเที่ยวนี้ผ่านสายตาเขามาตั้งแต่ก่อนเครื่องบินส่วนตัวจะลงจอดในประเทศไทยเสียอีก
ฟาร์คัสไม่ได้เดินทางข้ามประเทศ เพื่อมายืนดูเรือออกจากท่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขาจะอยู่ที่เมืองไทยอีกแค่สองวันเท่านั้น ก่อนเดินทางต่อไปยังอีกทวีป
“เลื่อนออกไปอีกหกชั่วโมง”
ภาษาอังกฤษสำเนียงหนัก ดังขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มระดับเสียง คนที่ยืนรายล้อมโต๊ะประชุมกลับเงียบลงพร้อมกัน ฟาร์คัสวางเอกสารลงตรงหน้าผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นิ้วใหญ่แตะลงบนตัวเลขบรรทัดหนึ่ง
“น้ำหนักจริงไม่ตรงกัน แล้วใครปล่อยให้เอกสารชุดนี้มาถึงขั้นนี้ได้ ตรวจใหม่ทั้งหมด ทั้งข้อมูลจากต้นทาง เอกสารทุกอย่าง และเอกสารศุลกากร หาต้นเหตุให้เจอก่อนว่าตัวเลขผิดจากตรงไหน แล้วแก้ไขเอกสารทุกชุดให้ตรงกับน้ำหนักจริง ถ้ายังตรวจไม่พบข้อผิดพลาด ห้ามปล่อยตู้ขึ้นเรือฉันเด็ดขาด”
“ครับ คุณฟาร์คัส”
ผู้จัดการชาวไทยก้มมองเอกสารทันที ไม่มีใครพยายามอธิบายว่าความคลาดเคลื่อนเกิดจากฝ่ายไหน เพราะตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเจ้าของกิจการชาวรัสเซียแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าเขาไม่ได้สนใจคำแก้ตัวมากเท่าคำตอบว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง
ธุรกิจเดินเรือขนส่งสินค้าของฟาร์คัส เติบโตมาจากการขนส่งทางทะเลที่ไม่ใช่เพียงตู้สินค้าทั่วไป เรือในเครือของเขารับงานตั้งแต่เครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อุปกรณ์สำหรับโรงงาน ชิ้นส่วนโครงสร้าง ไปจนถึงสินค้าที่มีน้ำหนักและขนาดเกินกว่าระบบขนส่งปกติจะจัดการได้
บางครั้งความคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่ชั่วโมงหมายถึงค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล และบางครั้งตัวเลขผิดเพียงตัวเลขหน่วยเดียว ก็สามารถทำให้เรือทั้งลำติดอยู่ที่ท่าในอีกประเทศหนึ่งได้ นั่นทำให้ฟาร์คัสไม่มีนิสัยปล่อยผ่านรายละเอียดเพียงเพราะใครบอกว่าเป็นเรื่องเล็ก
หนุ่มใหญ่ชาวรัสเซียวัยสี่สิบปีเดินออกจากห้องประชุมหลังสั่งงานเสร็จ เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่สวมอยู่ทำให้รูปร่างสูงถึงร้อยเก้าสิบห้าเซนติเมตรยิ่งดูโดดเด่น เขาไม่ใช่ผู้บริหารประเภทที่ใช้เวลาอยู่หลังโต๊ะตลอดวัน ท่าเรือ อู่ต่อเรือ ห้องเครื่อง ดาดฟ้าเรือ หรือโกดังสินค้าเป็นสถานที่ที่ฟาร์คัสเดินเข้าออกมาตลอดหลายปี จนรองเท้าหนังราคาแพงของเขาสามารถเหยียบคราบน้ำมันได้โดยเจ้าของไม่เสียเวลามอง
โทรศัพท์ในมือสั่นขึ้นก่อนที่เขาจะเดินถึงลิฟต์ ข้อความจากสำนักงานใหญ่เมืองมอสโก แจ้งกำหนดการชุดถัดไป ซึ่งรออยู่หลังจบงานในประเทศไทย ฟาร์คัสอ่านเพียงครู่เดียวก็ส่งคำสั่งกลับไปให้ขยับเที่ยวบินตามเวลาที่ต้องการ ชีวิตของเขาเคลื่อนที่ตามตารางเรือและเส้นทางการค้าเสียมากกว่าปฏิทินธรรมดา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดว่ามันเป็นปัญหา เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นสายจากผู้จัดการท่าเรือซึ่งเพิ่งแยกจากเขาไม่ถึงสิบนาที ฟาร์คัสกดรับระหว่างเดินเข้าไปในลิฟต์
“ว่าไง”
“มีปัญหาเข้ามานิดหน่อยครับ เรือสินค้าที่เพิ่งเข้าเทียบท่ามีเอกสารบางส่วนที่ฝ่ายเรายังตรวจสอบกับต้นทางไม่ได้ แล้วตัวแทนที่มากับเรือขอพบกับฝ่ายบริหารโดยตรง”
“ก็ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องคุยไปสิ”
“ปัญหาคือคนที่มากับเรือพูดอังกฤษได้ไม่ดีครับ เอกสารบางส่วนเป็นภาษารัสเซีย ทีมล่ามที่เราใช้ประจำวันนี้อยู่ฝั่งคลังสินค้าอีกท่า กว่าจะเดินทางกลับมาน่าจะใช้เวลาพอสมควร” ฟาร์คัสเหลือบมองตัวเลขบนหน้าจอลิฟต์ ความไม่พอใจปรากฏเพียงเล็กน้อยบนหว่างคิ้ว
“แล้วบริษัท ไม่มีคนอ่านภาษารัสเซียอยู่ในสำนักงานเลยหรือไง”
“มีครับ แต่เธอเป็นแค่นักศึกษาฝึกงาน”
“ถ้าเธออ่านได้ ฉันไม่สนใจว่าบัตรพนักงานเขียนว่าอะไร ให้เอาเอกสารไปที่ห้องประชุมเล็ก แล้วพาเด็กคนนั้นมาด้วย”
ฟาร์คัสเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วเปลี่ยนทิศทางจากทางออก กลับไปยังส่วนสำนักงานอีกครั้ง เขาไม่ชอบเสียเวลากับปัญหาที่ควรแก้ได้ด้วยคนเพียงหนึ่งคน และยิ่งไม่ชอบความคิดที่ว่าฝ่ายบุคคลรับนักศึกษาฝึกงานเข้ามา แล้วไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเด็กเหล่านั้นทำอะไรได้บ้าง
ระหว่างทาง เอกสารชุดใหม่ถูกส่งเข้ามาในแท็บเล็ตฟาร์คัสเปิดอ่านมันทีละหน้า รายละเอียดการขนส่งไม่ได้ซับซ้อน แต่มีข้อความกำกับบางส่วนจากบริษัทต้นทางเป็นภาษารัสเซีย รวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องจักรหนักที่ต้องยกลงจากเรือด้วยวิธีเฉพาะ หากตีความผิดเพียงประโยคเดียว ความเสียหายที่ตามมาอาจมากกว่าค่าจ้างนักศึกษาฝึกงานทั้งรุ่นรวมกันเสียอีก
เมื่อประตูห้องประชุมเล็กเปิดออก คนจากฝ่ายปฏิบัติการสองคนมาถึงก่อนแล้ว เอกสารต้นฉบับถูกวางเรียงอยู่บนโต๊ะ ส่วนจอด้านหน้าเชื่อมต่อกับข้อมูลจากเรือที่เพิ่งเข้าเทียบท่า ฟาร์คัสนั่งลงตรงหัวโต๊ะโดยไม่เสียเวลากับพิธีการ
“เริ่มจากเงื่อนไขการขนถ่าย ฉันต้องการรู้ว่าต้นทางเปลี่ยนข้อกำหนดตั้งแต่เมื่อไร และใครเป็นคนยืนยัน”
พนักงานกำลังเปิดเอกสารเพื่ออธิบาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู เธอไม่ได้แต่งตัวต่างจากนักศึกษาฝึกงานทั่วไป เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงสีดำเครื่องแบบนักศึกษามหาวิทยาลัย บัตรประจำตัวนักศึกษาฝึกงาน ห้อยอยู่ตรงอก แฟ้มเอกสารถูกกอดไว้กับตัวอย่างคนที่ถูกเรียกขึ้นมาทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังจะเจอกับใคร
“สวัสดีค่ะดิฉันชื่อดาวประดับค่ะ นักศึกษาฝึกงานฝ่ายประสานงานต่างประเทศ” เธอแนะนำตัวกับคนในห้อง ก่อนสายตาจะมาหยุดอยู่ที่ฝรั่งตัวโตที่นั่งหัวโต๊ะ
ดาวประดับรู้ว่าเจ้าของกลุ่มธุรกิจเดินทางมาประเทศไทยในวันนี้ แต่ตลอดระยะเวลาฝึกงาน เธอเคยเห็นฟาร์คัสเพียงจากภาพในข้อมูลบริษัทและข่าวธุรกิจเท่านั้นภาพถ่ายไม่ได้บอกเลยว่าตัวจริงของเขาสูงใหญ่ขนาดนี้พนักงานคนหนึ่งรีบอธิบายเป็นภาษาไทยว่าเธอถูกเรียกมาทำอะไร ก่อนยื่นเอกสารให้
ดาวประดับรับมาอ่านเพียงครู่เดียว ฟาร์คัสไม่ได้ช่วย ไม่ได้อธิบาย และไม่ได้ลดความเร็วในการพูดให้เด็กฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่ เขาถามเป็นภาษารัสเซียทันที
“บรรทัดที่สิบเจ็ด ต้นทางกำหนดให้ยกเครื่องจักรลงยังไง”
คำถามนั้นทำให้คนไทยในห้องเงียบลง เพราะไม่มีใครเข้าใจว่าชายรัสเซียกำลังพูดอะไร ดาวประดับก้มลงมองเอกสาร ไม่ถึงสิบวินาที เธอก็เงยหน้าขึ้น
“ห้ามใช้จุดยกตามมาตรฐานของตัวเครื่องค่ะ ต้องใช้โครงรองรับที่ต้นทางจัดส่งมาพร้อมกัน และกระจายน้ำหนักออกเป็นสี่ตำแหน่งก่อนยกลงจากเรือ”
คำตอบเป็นภาษารัสเซียชัดเจนเป็นธรรมชาติ และแทบไม่มีจังหวะค้นหาคำ ฟาร์คัสที่เอนหลังอยู่กับพนักเก้าอี้ขยับตัวขึ้นเล็กน้อย ดาวประดับยังไม่ทันสังเกตความเปลี่ยนแปลงนั้น เธอก้มกลับไปที่เอกสาร ก่อนชี้ลงบนข้อความอีกบรรทัด
“แต่ในนี้ อืม โครงรองรับที่ระบุในเอกสาร มันไม่ได้อยู่ในรายการสินค้าที่แจ้งเข้าท่า ถ้าของชิ้นนั้นไม่ได้มากับเรือ เราจะยกเครื่องจักรลงตามวิธีที่ต้นทางกำหนดมาไม่ได้ค่ะ”
ห้องประชุมเงียบไปชั่วขณะคนที่ถูกเรียกมาเพราะทุกคนต้องการเพียง ล่ามภาษารัสเซีย กลับเป็นคนแรกที่พบว่าปัญหาจริงไม่ได้อยู่ที่ภาษาเลย ฟาร์คัสลดสายตาลงมองตำแหน่งที่ปลายนิ้วเรียวชี้อยู่ ก่อนเงยกลับขึ้นมามองใบหน้าของนักศึกษาฝึกงานอีกครั้ง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดินทางมาถึงประเทศไทยที่เรื่องตรงหน้าทำให้เขาสนใจมากกว่าตารางเที่ยวบินของตัวเอง
“เธอชื่ออะไรนะ”
“ดาวประดับค่ะ” ฟาร์คัสมองเธออยู่ครู่หนึ่งแล้วออกเสียงชื่อนั้นช้า ๆ ราวกับกำลังทดลองกับคำที่ไม่คุ้นลิ้น
“ดาวประดับ”
